
จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนจากที่ผ่านในอดีต ก็จะเห็นว่ามีอุบัติเหตุจากรถบรรทุกมาค่อนข้างเยอะ เนื่องด้วยรถมีขนาดใหญ่ บางคันเก่าแบบไม่ควรนำมาใช้ก็ยังมีวิ่งให้เห็น ทางกรมการขนส่งทางบกจึงได้ ออกกฎข้อบังคับ ให้ชาวรถบรรทุกมารับทราบดังนี้
รถบรรทุกเป็นหัวใจของระบบขนส่ง ถือว่าเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญทางเศรษฐกิจ ดังนั้นจึงมีข้อบังคับเพื่อให้ได้มาตรฐาน และเพิ่มความปลอดภัย ทุกคนรู้หรือไม่ว่า การขับรถบรรทุกนั้นมีกฎระเบียบข้อบังคับอะไรบ้าง ? ถือว่าเป็นเรื่องที่ทุกคนควรทราบในฐานะผู้ใช้ถนนร่วมกัน
น้ำหนักบรรทุก มีพิกัดน้ำหนักตามกฎหมายกำหนด
สำหรับเรื่องการบรรทุกน้ำหนักนั้นเป็นกฎข้อแรก ๆ ที่ต้องรู้ไว้ให้ขึ้นใจ ถ้าหากบรรทุกเกินน้ำหนักที่กำหนดไว้นอกจากจะผิดกฎหมายแล้วยังสร้างปัญหาอื่น ๆ ตามด้วยเช่น ทำให้ถนนที่รถบรรทุกหนักผ่านจะทำให้ถนนนั้นพัง ทรุดโทรมได้ จึงทำให้ต้องมีการออกมาตรการในการจำกัดการบรรทุกน้ำหนักดังนี้
- รถบรรทุกขนาด 10 ล้อ ต้องบรรทุกไม่เกิน 25 ตัน
- รถบรรทุกขนาด 6 ล้อ ต้องบรรทุกไม่เกิน 15 ตัน
- รถบรรทุกขนาด 4 ล้อ ต้องบรรทุกไม่เกินกว่า 9.5 ตัน
- รถพ่วง 6 เพลา 22 ล้อ ต้องบรรทุกหนักไม่เกิน 50.5 ตัน
สำหรับโทษหากฝ่าฝืนบรรทุกน้ำหนักเกินจะมีโทษปรับเริ่มต้นที่ 1 หมื่นบาท จากนั้นจะทบเพิ่มเป็น 3 หมื่น และกำหนดโทษขั้นสูงสุดที่ 1 แสนบาท โดยผู้ที่จะถูกปรับก็คือ ผู้จ้าง (ลูกค้าปลายทาง) และ ผู้บริการขนส่งขนบรรทุกต้องรับผิดชอบค่าปรับ
ต้องมีอุปกรณ์ล็อกเพื่อความปลอดภัย
อีกสิ่งหนึ่งที่เรียกว่าสำคัญมาก ๆ ก็คือเรื่องของอุปกรณ์ล็อกเพื่อความปลอดภัย ดังนั้นสำหรับรถที่บรรทุก ทุกประเภทต้องตรวจดูความเรียบร้อยของอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ดีก่อน รถบรรทุกที่ไม่ปิดหรือคลุมป้องกันสิ่งของในส่วนบรรทุก หรือไม่ได้ใช้อุปกรณ์ล็อกตามมาตรฐาน จะมีความผิดตามมาตรา 32 ปรับไม่เกิน 50,000 บาท และในส่วนของผู้ขับที่กระทำการฝ่าฝืนจะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท และอาจจะถูกพิจารณาพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถหาก สร้างความเสียหายหรือทรัพย์สินของผู้อื่น ดังนั้นการบรรทุกต้องมีความพอดี ไม่สูงหรือเกินออกมานอกตัวรถ และต้องมีสิ่งคลุมพร้อมรัดให้แน่นหนานั่นเอง
อุปกรณ์ความปลอดภัยใน ณ ที่นี้ก็รวมถึงบังโคลนรถสิบล้อด้วย
เนื่องจากรถมีความสูงจากพื้น และรถหลายคันไม่ได้ใช้เพื่อขับบนถนนปกติธรรมดาเท่านั้น ซุ้มบังโคลนจึงอาจจำเป็นสำหรับรถกลุ่มนี้เพื่อลดการกระเด็นของเศษฝุ่นและหิน ที่อาจติดมากับยาง อันจะส่งผลต่อเพื่อนร่วมทางในระหว่างการขับขี่ จนอาจเป็นอันตรายและนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุ
ถึงจะมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่สำหรับคนที่เคยประสบปัญหาหินดีดรถและกระจกจนได้รับความเสียหาย ประสบการณ์ที่เลวร้ายเหล่านั้นมองแล้วอาจเป็นเหตุสุดวิสัย ทั้งที่อาจเป็นเรื่องที่สามารถป้องกันได้ เพียงการเข้มงวดการ ซุ้มบังโคลน
“ซุ้มบังโคลนรถสิบล้อ” ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับรถสิบล้อ เพราะถนนที่ใช้เดินทางต่างจังหวัด เส้นทางเหล่านั้นอาจไม่ได้รับการดูแลมากมายนักทำให้ฝุ่นหรือหินยังมีอยู่ไม่น้อยตามเส้นทาง จนล้อสามารถปั่นและดีดใส่รถคันอื่นได้ เพราะรถสิบล้อเหล่านี้มีความสูงมากพอที่จะสามารถดีดเศษหินดินหรือทรายได้อยู่
ต้องติดตั้งแผ่นสะท้อนแสง
เนื่องจากที่ผ่านมามีสถิติและผลการศึกษาที่รายงานการเกิดอุบัติเหตุ ในเวลากลางคืนหรือที่ ๆ แสงสว่างไม่พอซึ่งอุบัติเหตุนั้นเกิดมาจากการมองไม่เห็น ดังนั้นรถบรรทุกทุกคันต้องติดตั้งแผ่นสะท้อนแสงให้ถูกตำแหน่ง โดยแผ่นสะท้องแสงจะทำหน้าที่สะท้อนแสงกับไฟหน้าของรถที่ขับเข้ามาใกล้ในตอนกลางคืนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สิน โดยมีการบังคับใช้ดังนี้
- มีผลบังคับใช้ทันทีกับรถบรรทุกที่จดทะเบียนใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561
- รถที่ยังไม่ได้ติดตั้งแผ่นสะท้อนแสดง หรือ ติดตั้งแล้วแต่ขนาดและตำแหน่งที่ติดตั้งไม่ได้เป็นไปตามกำหนดต้องแก้ไขให้เสร็จ 1 มกราคม 2562
- รถที่ติดตั้งแล้ว แต่ขนาดและตำแหน่งไม่ถูกต้อง แต่ใช้วัสดุหรือสีไม่เป็นไปตามกำหนดต้องแก้ไขภายในวันที่ 1 มกราคม 2563
หมายเหตุ : ประกาศนี้บังคับใช้กับรถบรรทุกที่มีจำนวนเพลา ล้อและยางตั้งแต่ 2 เพลา 4 ล้อ ยาง 6 เส้น ขึ้นไป (รถสิบล้อขึ้นไป) ยกเว้นรถลากจูง สำหรับรถคันไหนฝ่าฝืนนั้นจะผิดพรบ.ขนส่งทางบกโดยมีโทษสูงสุดไม่เกิน 5 หมื่นบาท
รถบรรทุกต้องติดตั้ง GPS
การติดตั้งระบบ GPS ในรถบรรทุกเป็นการบังคับใช้จากกรมการขนส่งทางบกโดยมีกำหนดให้ รถโดยสาธารณะ, รถลากจูง, รถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไป ทุกคันต้องติดตั้งระบบ GPS เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลกับศูนย์บริหารจัดการเดินรถของภาครัฐ เพื่อให้สามารถติดตามพฤติกรรมการขับขี่ของรถคันนั้น ๆ หรือ พนักงานรวมถึงเรื่องการบริการจัดการเรื่องต่าง ๆ เช่น การใช้ความเร็วเกินกำหนด, มาตรฐานเวลาในการเดินรถ, ความปลอดภัยจากความอ่อนล้าจากการขับ ที่อาจจะนำมาสู่ความเสียหายหรืออุบัติเหตุนั่นเอง ถือว่าการใช้ระบบ GPS จะเป็นความเข้มงวดของผู้คุมกฎ ถ้าหากรถคันใดที่ไม่ได้ติดตั้งระบบ GPS นั้นจะไม่สามารถต่อทะเบียนรถคันดังกล่าวได้
จะเห็นได้ว่างมาตรการต่าง ๆ ที่ถูกบังคับใช้นั้นจะเน้นในเรื่องของความปลอดภัยเป็นที่สุด เพราะจากหลาย ๆ ปีที่ผ่านมาพบสถิติของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับรถบรรทุกเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดบนท้องถนนก็ควรปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด เพื่อประโยชน์ส่วนรวม ของทุกฝ่ายนั่นเอง
